การศึกษาวิจัยเชิงปฏิบัติการ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลการใช้แผนการดูแลรายบุคคลต่อภาวะแทรกซ้อน ความสามารถในการปฏิบัติกิจวัตรประจำวันของผู้สูงอายุ และทักษะของผู้ดูแลผู้สูงอายุกลุ่มติดบ้าน อำเภอพิปูน จังหวัดนครศรีธรรมราช กลุ่มตัวอย่างคือ ผู้ดูแลผู้สูงอายุ (Care giver) จำนวน 34 คน และผู้สูงอายุที่ได้รับการดูแล จำนวน 34 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แผนการดูแลรายบุคคล, แบบประเมินความสามารถในการปฏิบัติ กิจวัตรประจำวันของผู้สูงอายุ, แบบประเมินทักษะผู้ดูแลผู้สูงอายุ และแบบประเมินภาวะแทรกซ้อนของผู้สูงอายุ ซึ่งผ่านการตรวจสอบความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหาโดยผู้ทรงคุณวุฒิจำนวน 3 ท่าน วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา ผลการศึกษาพบว่า หลังจากใช้แผนการดูแลรายบุคคลเป็นการเสริมสร้างทักษะผู้ดูแลผู้สูงอายุ ทำให้ทักษะใน การประเมินแบบการปฏิบัติกิจวัตรประจำวันส่วนใหญ่ก่อนการอบรมอยู่ในระดับสูง ร้อยละ 85.30 และเพิ่มเป็น ร้อยละ 97.06 หลังเข้าร่วมอบรม ทักษะการวัดสัญญาณชีพ ก่อนการอบรมส่วนใหญ่อยู่ในระดับต่ำ ร้อยละ 88.24 หลังเข้าร่วมอบรม อยู่ในระดับสูง ร้อยละ 73.53 ทักษะการให้ออกซิเจนก่อนการอบรมส่วนใหญ่ อยู่ในระดับต่ำ ร้อยละ 88.24 หลังเข้าร่วมอบรม อยู่ในระดับสูง ร้อยละ 47.06 ทักษะการดูแลสายสวนปัสสาวะ ก่อนการอบรมส่วน ใหญ่ อยู่ในระดับต่ า ร้อยละ 73.53 หลังเข้าร่วมอบรม อยู่ในระดับสูง ร้อยละ 76.47 เป็นผลให้สูงอายุได้รับการดูแล ตามแผนการดูแลรายบุคคล (Care plan) พบว่า ภาวะแทรกซ้อนส่วนใหญ่ของผู้สูงอายุในด้านต่าง ๆ ดังนี้ อาหารและ โภชนาการคงที่ ร้อยละ73.53 ไม่มีแผลกดทับ ร้อยละ 100.00 ไม่มีข้อยึดติดหรือข้อติดแข็ง ร้อยละ 52.94 ไม่มีการ พลัดตกหกล้มหรือเกิดอุบัติเหตุ ร้อยละ 76.47 และไม่มีภาวะซึมเศร้า ร้อยละ 97.06 ในส่วนของความสามารถในการ ปฏิบัติกิจวัตรประจำวัน(ADL) พบว่า เปลี่ยนแปลงดีขึ้นร้อยละ 49.50ดังนั้นโรงพยาบาลพิปูน และสถานบริการสุขภาพในเครือข่าย ควรเสริมสร้างทักษะโดยการฝึกอบรมฟื้นฟู ความรู้ทักษะที่จำเป็นในการดูแลผู้สูงอายุและการใช้แผนการดูแลรายบุคคลให้ผู้ดูแลผู้สูงอายุอย่างน้อยทุกปีและใช้ แผนการดูแลรายบุคคลร่วมกับผู้ดูแลผู้สูงอายุในการปฏิบัติงาน ทั้งนี้เพื่อให้ผู้ดูแลมีความพร้อมและมีทักษะในการดูแล ผู้สูงอายุอย่างครบถ้วนและมีคุณภาพ ส่งผลให้ผู้สูงอายุมีภาวะแทรกซ้อนลดลง และความสามารถในการปฏิบัติกิจวัตร ประจำวันของผู้สูงอายุดีขึ้นต่อไป